ชาวใต้ สุราษฎร์ธานี รู้หรือยัง ? 10 อันดับ ของแปลกของดีมีมากมายย!! น่าเที่ยวม๊วกกกก
อันดับ 1 "หินลาวาภูเขาไฟ"
แหล่งเดียวในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เห็นเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของลักษณะทางธรณีวิทยา "หินลาวาภูเขาไฟ" สีดำพรุนขรุขระ ที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่ยุคสร้างโลกนานนมถมถืด ตั้งชื่อเท่ๆว่า "ลานโลกพระจันทร์" ซึ่งใกล้ๆกันยังพบบ่อน้ำร้อนเขาถ่าน สำนักธารน้ำร้อนเขาถ่าน(สาขาวัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหาร) อำเภอท่าฉาง ที่ยังผุดพลังงานความร้อนระบายออกมาจากใต้พื้นพิภพในอาณาบริเวณนี้อยู่ตลอดเวลา

อันดับ 2 "ซากหอยดึกดำบรรพ์"
หากมีโอกาสได้เข้าไปสำรวจ "ถ้ำทองดี" ชื่อเดิมว่า "ถ้ำตาลาภ" แห่งตำบลช้างขวา อำเภอกาญจนดิษฐ์ นอกจากจะได้ชมเสียงกระพือปีกโดยพร้อมเพรียงของฝูงค้างคาวเรือนหมื่นที่เกาะอยู่บนผนังหรือเพดานถ้ำตอนโดนไฟฉายส่อง และปรากฎของหินงอกหินย้อยสุดอลังภายในถ้ำกันแล้ว หากสังเกตบางส่วนของพื้นโพรงถ้ำ จะเห็นเปลือกหอยขนาดใหญ่เรียงฝังซ้อนอยู่เป็นชั้นๆ ซึ่งแสดงหลักฐานยืนยันได้ว่า ภูเขาหินปูนลูกนี้ได้ถูกดันยกตัวโก่งขึ้นมาจากท้องทะเลตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์นานมาแล้ว

อันดับ 3 "หินรูปพัด"
ลักษณะของก้อนหินธรรมชาติรูปพัดในบางมุมของบ้านยวนสาว อำเภอคีรีรัฐนิคม สถานที่เที่ยวกำลังบูมอีกหนึ่งแห่ง ขนาดสูงประมาณ 5-6 เมตร ฐานกว้างประมาณ 1 เมตร ตั้งวางอยู่บนฐานก้อนหินใหญ่มหึมา มีช่องเล็กๆสามารถมองทะลุได้ รอบๆเป็นผืนป่าเขียวดูเพลิดเพลินตาอย่างยิ่ง แต่หากมากันเช้าตรู่จะได้เจอทั้งหมอกทั้งตะวันพร้อมบรรยากาศสดชื่น สุดทึ่งในความมหัศจรรย์ของหินธรรมชาติก้อนใหญ่รูปลักษณ์แปลกตาที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่อย่างมั่นคง โดยไม่เซไหวล้มหล่นลงไปในผืนป่าด้านล่างมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

อันดับ 4 "อาสน์เทวดา"
พบบนภูเขาเพิงผาหน้าถ้ำหินปูนบริเวณสวนสาธารณะไตรคีรีแห่งอำเภอบ้านนาสาร มีลักษณะเป็นหินธรรมชาติ ลวดลายงามแปลกตา มันวาวไร้ฝุ่นเกาะ ขนาดพอดีสำหรับที่นั่ง "แค่หนึ่งเดียวเท่านั้น" ปีนขึ้นไปเห็นครั้งแรกรู้สึกขนลุกซู่... คนพื้นที่เลยเรียกชื่อสิ่งนี้ว่า "อาสน์เทวดา" ส่วนใครจะไปเยี่ยมชมต้องเผื่อใจออกแรงปีนป่ายบันไดเล็กๆกันบ้างให้ได้ลุ้นพอประมาณ เมื่อก่อนเคยไปต้องโหนเถาวัลย์แบบทาร์ซานกันนะจ๊ะ บอกได้ตรงนี้เลยว่า "เฉพาะคนมีบุญวาสนาเท่านั้นที่ได้ขึ้นไปเห็นเจ้าของสิ่งนี้"

อันดับ 5 "ถ้ำรูปหัวใจ"
นอกจากทิวทัศน์สวยงาม จุดนิยมเข้าเช็คอินถ่ายภาพที่ระลึกของบรรดานักท่องเที่ยวที่แวะผ่านเข้าออกเขื่อนรัชชประภา(เขื่อนเชี่ยวหลาน) คู่ภูเขารูปหัวใจเขาเทพพิทักษ์(เขาพัง)ที่เห็นเป็นฉากหลังน่าทึ่งขณะเดินข้ามสะพานแขวนคลองพะแสงซึ่งสร้างอยู่ติดด้านหลังเมรุของวัดเขาพัง อำเภอบ้านตาขุนกันแล้ว หากมีโอกาสลองติดต่อชาวบ้านให้ช่วยนำทางปีนไปชมปากถ้ำหินปูนใกล้ๆกันเป็นรูปหัวใจกิ๊บเก๋ได้เช่นกัน จะมองเห็นสะพานแขวนขึงเหนือคลองพะแสงด้านล่าง แถมได้ชมภาพเขียนสีโบราณรูป "ดอกไม้หรือลายแทงสมบัติ" จากฝีมือชนกลุ่มไหนยุคไหนไม่ทราบเอกสารอ้างอิง แต่ดูๆเส้นทางอาจจะโหดพอใช้ จึงควรเพิ่มความระมัดระวังคำนึงถึงปลอดภัยกันไว้ด้วยอย่างยิ่ง

อันดับ 6 "ภาพลายหินพระพุทธเจ้า"
เวลาขับรถยนต์ผ่านไป-มาบนทางหลวงแผ่นดินสาย 4009(สฎ.-นาสาร) แล้วจะมีสักกี่คนที่เคยแวะเข้าเยี่ยมชม "ถ้ำขมิ้น(ถ้ำเหม็น)" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ รย.5 (ถ้ำขมิ้น) อำเภอบ้านนาสาร ทั้งๆที่อยู่ห่างตลาดบ้านนาสารเพียงแค่ 3 กม. ภายในยังถูกออกแบบจัดแต่งแสงไฟทางเดินเพื่ออำนวยความสะดวกใช้สอยได้ลงตัวสวยงาม ถ้าสังเกตกันดีๆจะมีผนังด้านหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับห้อง"เจ้าหญิง" ปรากฎลวดลายของหินสีโทนขาว-ส้มตามธรรมชาติ ช่างสร้างสรรค์เหมาะเจาะจนดูคล้ายภาพวาดเทคนิคสีเฟรสโก้ "องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนฐานกลีบบัวอย่างงดงามอ่อนช้อยแลพริ้วไหว

อันดับ 7 "แม่น้ำสองสี"
เป็นการบรรจบของคลองพุมดวงกับแม่น้ำตาปีที่ไหลมาจากเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรงบริเวณตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน โดยที่น้ำจากคลองพุมดวงนั้นมีระยะทางสั้นกว่าจึงมีน้ำใสกว่า ก่อนจะรวมบรรจบกลายเป็นสายน้ำสองสีแห่ง "แม่น้ำตาปี" แล้วไหลออกสู่อ่าวไทยบริเวณปากน้ำบ้านดอน รวมระยะทางทั้งสิ้น 232 กม. ซึ่งชื่อเดิมคือ "แม่น้ำหลวง" ก่อนที่จะได้รับพระราชทานนามใหม่พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อเรียกจังหวัดจาก "เมืองไชยา" เป็น "สุราษฎร์ธานี" จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เมื่อครั้นเสด็จประพาสมณฑลปักษ์ใต้ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2458)

เครดิตภาพจากนิตยสาร "มีดีที่พุนพิน" ฉบับที่ 1 by pomdemandgroup
อันดับ 8 "ไผ่เฉียงรุน"
เป็นไม้ไผ่ที่มีลำต้นตรง ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่สำรวจพบมาในประเทศไทย และพบได้แห่งเดียวในเขตอุทยานแห่งชาติคลองพนม อำเภอพนมเท่านั้น ขึ้นเจริญเติบโตในป่ารกและพื้นที่ลาดชันเป็นกอๆ ไม่ปะปนกับไผ่ชนิดอื่น มีขนาดลำต้นยาวประมาณ 30-40 เมตร เส้นรอบวงประมาณ 60-80 ซม. ความหนาของเนื้อไม้ประมาณ 1 นิ้ว หากชาวบ้านต้องการใช้ประโยชน์จากหน่อหรือลำต้น ต้องโค่น(เฉียง)ลงมาแบ่งตัดเป็นท่อนๆ แล้วค่อยออกแรงผลักดัน(รุน)ไปข้างหน้า เพราะขนาดใหญ่ยักษ์มว๊ากกก จึงได้ชื่อ "ไผ่เฉียงรุน" ตามภาษาท้องถิ่นปักษ์ใต้ใช้เรียกกริยาแบบนี้

อันดับ 9 "เสือสุราษฎร์"
หม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์ Nepenthes suratensis "เสือสุราษฎร์" หรือ "Tiger Surat" เป็นพืชกินแมลงเฉพาะถิ่นที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically endangered in IUCN Red List) เพราะเหลือประชากรในธรรมชาติอยู่เพียงแห่งเดียวในโลกที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ "เคยเห็นของจริงกันมั่งรึยังชาวสุราษฎร์ฯ" หม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์นี้ปัจจุบันขึ้นอยู่ในป่าพรุเขตรับผิดชอบของทางเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีสาขาย่อยกาญจนดิษฐ์นั่นเอง ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการติดต่อเข้าชมอย่างเป็นทางการกันล่วงหน้า ซึ่งทาง ผบ.เรือนจำฯยืนยันรับปากจะช่วยดูแลและรับรองไม่ทำให้สูญพันธุ์อย่างแน่น้อนนน

อันดับ 10 "ถนนต้นงิ้วนางไม้"
หากสังเกตหลังจากเลี้ยวซ้าย กม.44 ตรงสี่แยกบ้านทำเนียบ ขับเข้าไปตามถนนลาดยางที่จะไปเที่ยวน้ำตกธารทองหรือป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด อำเภอคีรีรัฐนิคม แล้วพบกับความแปลกสุดอึ้ง เพราะขับตรงอยู่ดีๆ ถนนถูกแบ่งเป็นสองซีก เพราะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ "ต้นงิ้ว" ขึ้นขวางอยู่ตรงกลาง พร้อมตั้งศาลผูกผ้าสีไว้กราบไหว้เทพารักษ์รึนางไม้ จุ๊ๆๆ อย่าริคิดจะหยุดจอดรถเพื่อลงไปถ่ายภาพเซลฟี่กันเชียวล่ะ โปรดระลึกไว้เสมอถนนหนทางตรงนี้มันแคบ มียวดยานพาหนะแล่นผ่านอย่างรวดเร็วสวนกันตลอด และเกือบจะเป็นแนวทางตรงซะด้วย อาจได้รับอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ง่ายๆกันนะครับ

ม๋อจิ้ว@สุราษฎร์ธานี
ขอบคุณข้อมูลจาก:
https://www.facebook.com/On-My-Ways-by-mor-J-E-W-1490945937797037/
บทความที่เกี่ยวข้อง
บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก กาญจนบุรี
บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก หมู่บ้านเล็ก ๆ ในจ.กาญจนบุรี ในอดีตเคยเป็นเหมืองแร่ที่รุ่งเรืองมากกว่า 60 เหมือง
เล่นน้ำตกใกล้กรุงเทพฯ ชวนไปคลายร้อนที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย
หน้าร้อนแบบนี้ไม่รู้จะไปไหน จะชวนมาคลายร้อนที่นี่เลย “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” จ.สระบุรี ซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลผ่านครอบคลุมตั้งแต่อำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี และ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา น้ำตกเจ็ดสาวน้อยนับว่า เป็นน้ำตกใกล้กรุง ถือเป็นแหล่งท่องเ
ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิ 2566 บานรับฤดูฝน
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับนักท่องเที่ยว ที่เฝ้ารอการเบ่งบานของ ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ กำลังบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง รอให้นักท่องเที่ยวมาชื่นชมความงามบนเนื้อที่กว่า 319 ตารางกิโลเมตร
Klong3FC สนามฟุตบอลหญ้าเทียม คุณภาพระดับสากล ถูกใจคนรักกีฬา รักสุขภาพ
เป็นสถานที่พักผ่อน และออกกำลังกายอีกที่หนึ่ง แวะเวียนมาเรียนรู้วิถีของฟุตบอล หรือจะมานั่งจิบน้ำเย็น ๆ มาเป็นครอบครัวก็หรรษา มาคนเดียวก็เพลินตา พาเด็กมาเรียนได้ทั้งความสนุกและสุขภาพที่ดี