พิชิตภูชมดาว สัมผัสอากาศหนาว บนยอดเขาสูง 1,633 เมตร จากระดับน้ำทะลที่ ภูสอยดาว

Author Admin
6 กันยายน 2562 0 นาทีในการอ่าน 13,253 เข้าชม
พิชิตภูชมดาว สัมผัสอากาศหนาว บนยอดเขาสูง 1,633 เมตร จากระดับน้ำทะลที่ ภูสอยดาว

"การเดินทางคือการเรียนรู้" เป็นสำนวนที่จับต้องได้ และทำได้จริง! 

 

สัมผัสอากาศหนาวบนยอดเขา พร้อมกับความตื่นเต้นกับสายฝนตลอดทั้งคืน เมฆหมอกหนากว่าฝุ่นละอองในเมืองหลวง สูดออกซิเจน ได้เต็มปอด ! เป็นประสบการณ์ที่ยากที่จะลืม ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัสให้ได้

 

 

บอกเลย!..มันเป็นความทรงจำที่ดีมาก
กับการเดินลัดเลาะท่องป่า ท่ามกลางสายหมอก ฝ่าดงสายฝน ความตื่นเต้น มันระทึกทุกย่างก้าว

 

ออกเดินทางจาก กทม. ประมาณสองทุ่มไปถึงจุดรวมพลประมาณตีห้า รวม ๆ แล้วประมาณ 9 ชม. เป็นการเดินทางที่นานมากก!! ดีที่เช่ารถตู้เหมาคัน ได้แอบงีบเอาแรงไว้เดินตอนเช้า หลับกันยาวๆไป.. เช้ามาถึงตีนดอยพอดี ตื่นเต้นมาก!!  เห็นหมอกเป็นหย่อมๆ บรรยากาศเย็นนิดๆ เอียงหูฟังได้ยินเสียงน้ำตกไกลๆ ช่างเป็นบรรยกาศฟินน!! เฟ่อออ ...

 

จุดรวมพลก่อนเดินขึ้นลานสน

 

ได้ยินเสียงน้ำตกแล้วชื่นใจ

 

รู้ก่อนเดินขึ้นยอดดอย หรือ ลานสน
การเดินทางสู่ยอดลานสนต้องขึ้นเขาลาดชันเกือบตลอดเส้นทาง และผ่านเนินต่าง ๆ ที่มีชื่อบอกถึงความยากลำบากในการเดินผ่านแต่ละเนิน

เนินส่งญาติ  กว่าจะขึ้นมาได้สมชื่อครับ เหมือนต้องให้ญาติแบกมาส่ง 

เนินปราบเซียน  ถ้าเก่งจริงผ่านเนินนี้ไปให้นะน้อง .. อะไรจะขนาดนั้นนนนน

เนินป่าก่อ  เนินนี้สบาย ๆ หน่อยไปถึงเจอหมอกสวยมาก (โชคดีมีหมอกพอดี)

เนินเสือโคร่ง   เนินดีเดินเรื่อย ๆ ทาง เป็นเนินบางเรียบบ้าง 

เนินมรณะ  เนินสุดท้าย ที่มีความสูงชันมากที่สุด จุดนี้ถ่ายรูปสวยที่สุด 

 

เส้นทางที่เดินขึ้นไปนั้นไม่ยุ่งยากเพราะจะเดินไต่เขาขึ้นไปตามสันเขาไม่มีทางแยกไปไหน ระยะทางเดินเท้าขึ้นลานสนประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5-6 ชั่วโมง เดินไปเรื่อยๆ  

 

จุดเริ่มต้นของเราวันนี้ 

 

ยอดเขาสูงอันดับ 4 ในสยาม ไปพิชิตมาให้ได้ 

 

จัดเตรียมสัมภาระเสร็จเรียบร้อย พร้อมเดินทางขึ้นยอดดอยลานสน 6.5 กม. โอ้ยยยยยย! ชิวมากบอกเลยแค่นี้เอง?  10 กม. ยังวิ่งมาแล้ว พกใจมาเต็มเปี่ยม เตรียมร่างกายมาเกินร้อย แค่นี้จิ๊บ ๆ 

 

มีเพื่อนร่วมทางหลายคนเดินไม่เหงาแน่นอน 

 

พักเหนื่อย และถ่ายรูปกันยาวไป 

 

สองข้างทางได้ยินสินน้ำตกตลอดเวลา หันซ้าย-หันขวา ก็มีแต่ต้นไม้กับสายฝน ถ่ายรูปเพลิน ๆ มีเพื่อนร่วมทริปให้คุยกันหลายคน บอกเลย "มันดีมาก"

 

ถ้าเหนื่อยนัก ... ก็นั่งพักได้ตลอดเส้นทาง 

 

รักธรรมชาติ

 

เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก เก็บภาพได้ตลอดทาง

 

เฉิดฉายในป่าลึก

 

ดูรูปมาถึงตรงนี้ขอแนะนำเพื่อน ๆ นิดนึงนะครับ สำหรับใครไปครั้งแรก  รูปต่อไปนี้ถ่ายตรง เนินมรณะ  เนินสุดท้าย ที่มีความสูงชันมากที่สุด ได้รูปถ่ายชุดนี้มาโดนความบังเอิญมาก แวะพักเหนื่อยเนินนี้ เหนื่อยโครตจริง  ๆ  ตอนพักมีหมอกปกคลุมหนามาก มองไม่เห็นอะไรเลย  นั่งพักแป๊บเดียวมีลมพัดเอาหมอกออกเห็นเนินและภูเขาฝั่งตรงข้าม เห็นเส้นทางที่เราเดินผ่านขึ้นมา บร๊ะเจ้า!!? ตกใจมาก!!!  นี่เราเดินบนสันเขาหรือนี่ แต่ในความตกใจ ยังมีสตินิดหน่อยรีบบอกให้เพื่อน ๆ ไปยืนตรงหน้าผาหิน และได้รูปสวย ๆ เท่ ๆ  พอถ่ายรูปเสร็จปุ๊บ หมอกมาทันที ฝนฟ้าอการกาศชั่งเป็นใจอะไรเช่นนี้ 

 

"ใครที่ชอบถ่ายรูปต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลานะครับ   อย่าลืมเอาถุงหรืออุปกรณ์ป้องกันน้ำเข้ากล้องไปด้วยนะครับ ไม่รู้ฝนจะตกตอนไหน"

 

ชื่นชมกับธรรมชาติสร้างสรรค์

 

เก็บภาพให้ได้มากที่สุด

 

ชื่นใจ สดชื่นที่สุด

 

สาวน้อยเดินเก่งมาก

 

พักถอนหายใจแป๊บน่าาา!! 

 

สง่าและยิ่งใหญ่มาก

 

ในที่สุดเราก็พิชิต "ภูสอยดาว" จนได้ เป็นอะไรที่ภูมิใจมาก!! เห็นลานสนแล้วหายเหนื่อยเลย

 

เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก พิชิตภูสอยดาว

 

รีบย่ำเท้าไปสู่ลานกางเต็นท์

 

 


ถึงลานกางเต็นท์แล้ว

 

 

 

 

มาถึงลานสนแล้วรีบเก็บสัมภาระเอนกายพักผ่อนทำกิจกรรมส่วนตัว หลังจากนั้นถ่ายรูปต่อยาวๆไป !! 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าใครมีโอกาส ต้องไปโดนเอง! เพื่อนเล่าให้ฟังเป็นร้อยครั้ง อ่านรีวิวกี่หมื่นรอบ ก็สู้ไปสัมผัสบรรยากาศ และประสบการณ์จริงไม่ได้ ประสบการณ์มันต้องฝังลึกอยู่ในกล้ามเนื้อของเรา ต้องเมื่อย ต้องเหนื่อย! ต้องอุทานออกมา "กู!! มาทำอะไรที่นี่วะ" และก็ยิ้มให้เพื่อนร่วมเดินทาง นึกในใจมึงก็คิดเหมือนกูใช่มั้ย?

 

"ภูสอยดาว" เป็นที่เดียวที่ "ดอกหงอนนาค" ขึ้นเองตามธรรมชาติ ต้องไปดูให้ได้ (บิ้วซะขนาดนี้ อยากให้ไป!!)

 

อากาศโครตเย็น ในป่าที่เขียวขจี รัศมีการมองสุดลูกหูลูกตาสัมผัสความสดชื่นของป่าในฤดูฝน มันเป็นอะไรที่โหด!! แต่มันส์โครต!!!

อ่านจบแล้วไปจัดกระเป๋า .. โล้ดดด!

 

ทริปนี้ขอจากไปด้วยภาพสุดโรแมนติก นั่งดูหมอกหนา ๆ กับคนรู้ใจ สุขใดเล่าจะเท่ามีเธอ 

 

#ภูสอยดาว #เดินป่า #ดอกหงอนนาค #อุตรดิตถ์ #พิษณุโลก #ฤดูฝน

เดินทางในวันที่ 23-25 สิงหาคม 2562 

เพื่อนร่วมทริป 30 คน 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม
ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติน้ำปาด ครอบคลุมพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และจ.พิษณุโลก

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: กรกฎาคม-มกราคม (กลางเดือน)

 

สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่
1.บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ : AIS, TRUE
2 บริเวณลานสน : AIS, TRUE
ช่วงเดินขึ้นลานสน AIS ใช้ได้เรื่อย ๆ พอไปถึงลานสน AIS ต้องเดินหาคลื่น ส่วน TRUE ไม่ต้องเดินหา

 

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.

โทร 0 5543 6793, 095 629 9528
ติดต่อ ที่พัก อาหาร เต็นท์ ลูกหาบก่อนขึ้นลานสน ล่วงหน้าก่อน 3-4 วัน

 

แผนที่

 

แบ่งปันบทความนี้ :

แชร์ LINE
อ่าน: 13,253

บทความที่เกี่ยวข้อง

สัมผัสความงามของธรรมชาติชมป่าไม้เปลี่ยนสี  ให้ธรรมชาติฮีลใจที่ภูผาแดง

สัมผัสความงามของธรรมชาติชมป่าไม้เปลี่ยนสี ให้ธรรมชาติฮีลใจที่ภูผาแดง

ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง สัมผัสความงามชมธรรมชาติกับใบไม้เปลี่ยนสี ราวกับภาพวาด ที่ภูผาแดง จ.เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะในช่วงมกราคม นอกจากได้สัมผัสบรรยากาศเย็นๆ หมอกจางๆ แล้ว ใบไม้ยังทยอยเปลี่ยนสี ร่วงหล่น สร้างบรรยากาศสวยงามแปลกไปจากเดิม เสมือนได้ท่องเที่ยวเมืองนอก

Klong3FC  สนามฟุตบอลหญ้าเทียม คุณภาพระดับสากล  ถูกใจคนรักกีฬา รักสุขภาพ

Klong3FC สนามฟุตบอลหญ้าเทียม คุณภาพระดับสากล ถูกใจคนรักกีฬา รักสุขภาพ

เป็นสถานที่พักผ่อน และออกกำลังกายอีกที่หนึ่ง แวะเวียนมาเรียนรู้วิถีของฟุตบอล หรือจะมานั่งจิบน้ำเย็น ๆ มาเป็นครอบครัวก็หรรษา มาคนเดียวก็เพลินตา พาเด็กมาเรียนได้ทั้งความสนุกและสุขภาพที่ดี

ภูฏาน?ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า  พิชิตวัดทักซัง และเสน่ห์ของธรรมชาติใกล้หลังคาโลก

ภูฏาน?ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า พิชิตวัดทักซัง และเสน่ห์ของธรรมชาติใกล้หลังคาโลก

ภูฏาน เป็นประเทศในฝันของใครหลายคน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา อากาศดี เสน่ห์แห่งความงดงามของธรรมชาติและความสุขสงบ กลิ่นอายของวัฒนธรรมและประเพณี ศิลปะและสถาปัตยกรรมภูฏานที่มีเอกลักษณ์และมีรูปแบบเฉพาะตัว