หมู่บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน – หมู่บ้านกลางหุบเขา ที่เหมือนหลุดไปอยู่ในประเทศจีน!
ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ใครที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยว ต้องที่นี่เลย บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายจีนยูนนาน ที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงหลายๆ ปี เพราะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งสง่า กลางหุบเขา พร้อมความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้คือมีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางหมู่บ้าน ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่เลย

ในช่วงเช้า ถือว่าบรรยากาศโครตดี เพราะมีสายหมอกที่ลอยละล่องอยู่เหนือผิวน้ำ เป็นภาพบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ซึ่งถือเป็นภาพในฝันของหลายๆ คนเลยก็ว่าได้

ไฮไลต์ห้ามพลาดเมื่อมาหมู่บ้านรักไทย
1. จิบชาอุ่น ๆ ริมอ่างเก็บน้ำ

กิจกรรมสุดชิลที่ใครมาก็ต้องทำ คือการนั่งจิบชาอุ่น ๆ ที่ร้านน้ำชาเล็ก ๆ ริมน้ำ มีให้เลือกทั้งชาเขียว ชาดำ และชาอู่หลงแบบต้นตำรับ กลิ่นหอมละมุนมาก ☕
2. ชมวิวหมอกยามเช้า

ตื่นเช้ามาดูหมอกที่ลอยคลอเหนือน้ำ พร้อมแสงอาทิตย์สีทองส่องผ่านหมู่บ้าน เป็นภาพที่สวยจนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นเลย ????
3. ถ่ายรูปกับบ้านดินสไตล์จีนยูนนาน

เอกลักษณ์อีกอย่างของที่นี่คือบ้านดินหลังเล็ก ๆ สีส้มอิฐ มุงหลังคาด้วยฟาง เหมาะกับการถ่ายรูปลง IG มาก ๆ รับรองยอดไลก์พุ่งแน่นอน!
4. ลิ้มรสอาหารจีนยูนนานแท้ ๆ

อย่าพลาด “ขาหมูหมั่นโถว” และ “ชาอู่หลง” ของขึ้นชื่อที่หาทานได้เฉพาะที่นี่ รสชาติกลมกล่อมแบบต้นตำรับแท้ ๆ
???? ที่พักแนะนำในหมู่บ้านรักไทย
มีให้เลือกทั้งโฮมสเตย์บ้านดินราคาหลักร้อย ไปจนถึงรีสอร์ตวิวทะเลสาบสุดโรแมนติก เช่น
- ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท (Lee Wine Rak Thai Resort) วิวสวยมาก เห็นหมอกจากหน้าห้องพักเลย
- บ้านดินชานหมอก บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
- รักไทยโฮมสเตย์ ราคาน่ารัก เหมาะกับสายแบ็กแพ็ก
ช่วงเวลาน่าเที่ยว
- ตุลาคม – กุมภาพันธ์ : อากาศเย็น หมอกหนา เหมาะสุดสำหรับสายถ่ายรูป
- มีนาคม – พฤษภาคม : อากาศเริ่มอุ่น แต่ยังเที่ยวได้สบาย
- มิถุนายน – กันยายน : ช่วงหน้าฝน เขียวชอุ่มทั้งหมู่บ้าน แต่ควรระวังถนนลื่น

หมู่บ้านรักไทย…มากกว่าที่เที่ยว คือที่พักใจ
ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของธรรมชาติ แต่ยังมี “ความอบอุ่นของผู้คน” ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับบ้านทุกครั้งที่มา
ใครที่อยากพักใจจากโลกเมือง ลองหนีมาสูดอากาศดี ๆ ที่หมู่บ้านรักไทย แล้วคุณจะเข้าใจคำว่า “ความสุขแบบเรียบง่าย” จริง ๆ

การเดินทาง ไปยังบ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
-
รถส่วนตัว: บ้านรักไทยตั้งอยู่บนถนนสาย 1095 เส้นทางสายเหนือ (ไปปาย) จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนให้ขับไปตามถนนสายนี้ประมาณ 44 กิโลเมตร จนถึงแยกบ้านรักไทย ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1219 อีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านรักไทย ระยะทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปบ้านรักไทย ประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
-
รถทัวร์: มีรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปแม่ฮ่องสอนหลายบริษัท เมื่อถึงแม่ฮ่องสอนแล้ว สามารถต่อรถบัสท้องถิ่นไปบ้านรักไทยได้ รถบัสจะออกทุกชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
-
แท็กซี่: แท็กซี่จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปบ้านรักไทยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสารประมาณ 1,000 บาท
-
เหมารถ: นักท่องเที่ยวสามารถเหมารถจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปบ้านรักไทยได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสารประมาณ 1,500 บาท

บ้านรักไทย เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนชมวิวทิวทัศน์ สัมผัสวิถีชีวิตชาวเขา ชิมอาหารพื้นเมือง และล่องเรือชมทะเลสาบได้ บ้านรักไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ข้อมูลเพิ่มเติม บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน
ที่ตั้ง : ตำบล หมอกจำแป่ อำเภอ เมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
พิกัด : https://goo.gl/maps/6fpyehrWZ2eD4d6b8
#หมู่บ้านรักไทย #หมู่บ้านรักไทย #แม่ฮ่องสอน #เที่ยวหมู่บ้านรักไทย #รีวิวหมู่บ้านรักไทย #ที่พักหมู่บ้านรักไทย #หมู่บ้านจีนยูนนาน
บทความที่เกี่ยวข้อง
10 อันดับ จุดชมวิวสวยสุด สุราษฎร์ธานี เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
จุดชมวิวสวยๆ สุดโรแมนติก พาคนรู้ใจจับมือดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ที่ วิวเขา ต.เต่า ,เดินชมธรรมชาติเขียวชะอุ่มสองฝั่งสะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์ หรือจะยืนถ่ายรูปเท่ ๆ กลางทะเลหมอกศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์พัฒนา 8 สวยๆ ทั้งนั้นเลย!!
วัดสิงห์ วัดคู่บ้านคู่เมืองปทุมธานี
วัดสิงห์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวสามโคก จ.ปทุมธานี ตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นราชธานี จัดเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชาวสามโคก โบราณว่า สมัยก่อนนั้น มีชาวมอญได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่นี่ และขยายครอบครัว จนเป็นชุมชนขึ้นมา ทำให้ศิลปะวัดวาอารามผสมผสานความเป็นมอญเข้า
Doolaylay ดูเลเล บ้านแห่งความคิดถึง
หนีเมืองไปหาหมอก ที่ “ดูเลเล บ้านแห่งความคิดถึง” กัลยาณิวัฒนา
อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
ถ้าพูดถึงจังหวัดราชบุรี หลายคนอาจจะนึกถึงโอ่งมังกรขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก รองลงมาก็คงจะเป็น “สวนผึ้ง” เมืองแห่งขุนเขาและลมหนาว หรือไม่ก็ “เขางู” สถานที่ถ่ายรูปยอดฮิตของสายท่องเที่ยวใกล้กรุง แต่มีอยู่อีกที่หนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในผืนป่าราชบุรี